[Reviews]"เสี่ยอ๊อด" Ostry KC06 พระกาฬเรียกเสี่ย !!



  

กลับมาอีกครั้งครับ หลังจากหายหัวไม่ค่อยได้มารีวิวให้พระเดชพระคุณพ่อแม่พี่น้องได้อ่านกันเลย สาเหตุที่หายไปเพราะไปเอาดีทางการแสดงคลิปซะเป็นส่วนใหญ่ครับ การแสดงคลิปมันใช้เวลาน้อยกว่าการเขียนรีวิวให้อ่านกัน แต่ไม่ต้องห่วงครับเดี๋ยวรอร้านเจ๊งก่อน คราวนี้มีเวลาเขียนให้อ่านกันเพียบเลยล่ะครับ 555

หลายคนคงงงว่า วันนี้เฮียมั่นจะมาไม้ไหนอีก จะมาเชียร์สินค้าอะไรอีกหรือนี่ บางคนบอกรู้ไต๋หรอกน่าว่าจะรีวิวเชียร์ตัวนี้ใช่ไม๊ล่ะ ตอบว่าแม่นแล้วครับ แต่ก่อนจะเขียนรีวิวหรือจะเรียกเขียนเชียร์ก็สุดแท้แต่ ต้องบอกว่ามันมีที่มาและมีที่ไปครับ โดยธรรมชาติของร้านมั่นคงนั้น ทุกท่านจะทราบดีว่าเราเป็นร้านหูฟังแบกะดินมาตั้งแต่กำเนิด พอเกิดลืมตามาได้ สิ่งแรกที่ควานหาใส่หูก็คือหูฟังที่เป็นตัวที่คุ้มค่าสุด จ่ายน้อยสุดแต่ได้มากสุดประมาณนั้น

เรื่องจ่ายส่งเดชสิ้นเปลืองเงินทองแถมไม่ได้ผลที่ดีอีก อันนั้นไม่ใช่วิสัยล่ะครับ 555 ในปี 2011-2012 ผมคัดเจ้าไวแสง Visang R02 มาได้ 1 ตัว และก็เป็นที่ยอมรับว่า หูฟังระดับ Entry level ราคาพันกว่าบาทก็น่าจะเป็นเจ้าไวแสงนี่ล่ะครับ ในปี 2013 ที่ผ่านมา ผมคัดหูฟังที่ตอบสนองแฟนๆ ที่ชื่นชอบการฟังคุณภาพการบันทึกที่ดีๆ กับหูฟังที่ตอบโจทย์ในช่วงราคา 3 พันกว่า นั่นก็คือ Hifiman RE400 ครับ เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีติดกระเป๋ากันแล้ว 555

มาปีนี้ หูฟังในช่วง 2 พันกว่า ก็น่าจะเป็นหูฟังตัวนี้ล่ะครับ เพราะจากที่ผมสั่งมาเล่น และคัดทิ้งคัดขว้างเป็นหอบๆ ก็เหลือรอดตายผ่านด่านบอลโลกรอบสุดท้ายก็เห็นทีจะเป็นหูฟังที่ผมเรียกชื่อ พิกลว่า "เสี่ยอ๊อด" ก็แล้วกัน มันคือหูฟังจากแดนมังกรจีนแท้ๆๆ ในนามว่า Ostry KC06 หลายคนสงสัยและคงคันปากยิบยับอยากถามว่า แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับเสี่ยอ๊อด ทำไมเรียกเสี่ย แล้วอ็อดเป็นเสี่ย หรือเสี่ยเรียกอ๊อด ทั้งหมดจะเฉลยอยู่ในตอนสุดท้ายนะครับ 555



เอ้า อ่านกันเลยก็แล้วกัน

เสี่ยอ๊อด หรือ Ostry KC06 นั้น ผมยอมรับจริงๆว่า ไม่รู้จะตั้งฉายาให้มันว่าอะไรดี เพราะลำพังชื่อ Ostry ก็แทบไปไม่เป็นแล้วครับ 555 ไอ้ครั้นจะไปเอาคำขวัญหรือ motto จากเว็บเค้ามาตั้ง ก็คงไม่ได้ใจความ แถมฟังแล้วงง มั่วและสับสน ก็เลยเอาวะ ตั้งมันแบบไทยๆตามที่เคยเป็นมาก็แล้วกัน

ผมเรียกง่ายๆว่า"เสี่ยอ๊อด"ก็แล้วกัน
เสี่ยอ๊อดเป็นอาเสี่ยที่กำเนิดในเมืองจีนครับ เป็นหูฟังที่มีตราโลโก้ที่คาดเดาได้ยากว่าอะไร เพราะพยายามหาคำอธิบายแต่ก็ยังหาไม่ได้ครับ 555 มันเป็นตราลักษณ์คล้ายกับลูกอ๊อดกำลังแหวกว่ายในสระบัวขนาดใหญ่ หรือจะมองคล้ายไอ้ตัวจิ๋วที่เป็นตัวกำเนิดมนุษย์ก็ดูไปได้อีกเช่นกัน

ปกติผมจะสั่งหูฟังมาเทสเล่นตลอดเวลา เดือนละ 2-3 ตัว 2-3 ยี่ห้อ ทั้งจีนทั้งฝรั่ง เรียกว่ามาเป็นหอบๆกองเต็มลิ้นชัก จนมาสะดุดหูกับเสี่ยอ๊อดนี่ล่ะครับ หลังจากแกะกล่องได้แป๊เดียว พอเสียบเข้าหูก็ดีดนิ้วเป๊าะ แล้วบอกกับเจ้าเบียสว่า เฮ้ยๆๆ เทพมาจุติอีกแล้ว 555




ลองมองดูซิครับ เวลามองมุมนี้ คล้ายๆดวงตาอะไรซักอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่นะครับ 555

 โครงสร้างของเสี่ยอ๊อดเป็นโลหะ (น่าจะพวกอลูมิเนียมนะ) เป็นโลหะขนาดเบา ซึ่งตรงนี้คือจุดแรกที่สะดุดตาครับ เพราะปกติแล้วหูฟังเกือบหมดโลก ถ้าเป็นราคากลางๆ ลงมา โดยมากมักเป็นพลาสติกเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีเป็นโลหะมักจะในรุ่นกลางๆหรือรุ่นสูงไปเลย 

 แต่เสี่ยอ๊อดมาเก๋ไก๋ ทำเอาใจสาวๆ และหนุ่มๆ ด้วยการเลือกวัสดุเป็นโลหะเงาแว่บๆ ดูแล้วให้ความหรูหราดีในระดับนึงครับ ด้านในจะคล้ายๆกับหูฟัง in-ear ทั่วไป คือมีท่อนำเสียง Canal ตามปกติ ไซส์ก็เป็นปกติ และพอแกะจุกยางออก จะเห็นว่ามันมีลายขัดด้าน Brush กับเงา Gloss สลับกัน ถือว่าตั้งใจทำครับ เพราะจะไม่ทำก็ได้ แต่เสี่ยอ๊อดเค้าทำล่ะครับ 555

ตะแกรงโลหะขนาดเล็กๆปิดครอบถนนธนบุรี-ปากท่อ ไว้อย่างเรียบร้อยแข็งแรงครับ ผมลองเอามือถูไถดู ลองมองว่ามันจะติดนิ้วออกมาไม๊ ปรากฏว่ามีความทนทานแข็งแรงมากๆๆครับ ตัววัสดุที่ทำเป็นเฮาส์ซิ่ง Housing ผมให้สอบผ่านด้วยคะแนนสูงมากๆๆ ไปเลยละกัน 555 


 มาดูตรงด้านข้างของตัว Hosing ครับ ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นแค่การพิมพ์หมึกสกรีนลงไป แต่ผมว่ามันคือการเลเซอร์ลงไปในเนื้อโลหะมากกว่า พยายามเอานิ้วขูด เอาเล็บแคะ หรือแม้กระทั่งลองเอาฟันแทะดู เอ๊ะ มันก็ยังอยู่ครบๆ โดยไม่ได้มีอะไรบ่งบอกว่ามันจะลอกออกได้ในอนาคตล่ะครับ
 

Ostry นั้นน่าจะเป็นแบรนด์เกิดใหม่ภายใน 1-2 ปีนี้เท่านั้น อย่างที่บอกครับ พวกหูฟังแบรนด์น้องใหม่นั้นเดี๋ยวนี้เกิดระดับรายสัปดาห์ คือเดี๋ยวโผล่ เดี๋ยวโผล่ บางรายยืนระยะได้ บางรายยืนระยะไม่ได้ แต่สำหรับ Ostry นั้น คาดว่าไม่น่าจะกลับบ้านเก่าเร็วกว่าที่ควร

เพราะว่าการทำหูฟังในปัจจุบันนี้นั้น แบรนด์ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเท่าเมื่อก่อนแล้วครับ ยิ่งเป็นลูกค้าร้านหูฟังมาก่อนแล้ว ถือว่ามีความพิเศษที่มีหูเหนือกว่าหูมนุษย์มนา หรือได้ยินความถี่สูงเกินกว่าสุนัขได้ยินอีก จ๊ากๆๆๆ เพราะฉะนั้น คุณภาพเสียงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเกิน 70-80%


คราวนี้มาว่ากันถึงตัวถังอีกด้านหนึ่งครับ เจ้าเสี่ยอ๊อดนี่มีรูปทรงที่ออกแบบมาให้เป็น inear ประเภทคล้องหลังใบหูครับ ในชุดนี้มีจุกยางหลากหลายขนาด เพื่อตอบสนองท่านที่มีรูหูปกติ และรูหูผิดมนุษย์มนาชาวบ้านเค้า ก็สามารถใช้งานได้ทันทีครับ และมีทีเด็ดเพิมมาอีกอันก็คือ มีท่อยางเอาไว้เป็นอุปกรณ์เสิรม ทำให้สามารถสวมหูฟังโดยเอาสายคล้องไปทางด้านหลังได้

ใครที่อยากได้ inear ที่ใส่คล้องหลังได้ แลดูไฉไลไม่แพ้หูฟังระดับหลักหมื่น งานนี้มีเฮเล็กๆ เพราะได้ครบถ้วนกระบวนความในเสี่ยอ๊อดตัวนี้ครับ และเรามาดูตรงขั้วที่ยึดระหว่างสายหูฟังกับตัวหูฟังไว้ด้วยกัน เป็นพลาสติกที่ติดและผนึกกับตัวถังได้ดีพอสมควร แนวโน้มแข็งแรงทนทานดีครับ

ท่านที่ใช้งานปกติน่าจะหมดห่วงตรงจุดนี้ ส่วนท่านที่มีความชื่นชอบในรูปแบบของซาดิสต์หรือมาโซคิสต์ หรือชอบใช้กำลังเข้าหักหาญ ดูแล้วเสี่ยอ๊อดยังน่าจะรับมือท่านได้อยู่อีกเช่นกันครับ 555 ที่พล่ามมาทั้งหมด คืออยากจะบอกว่ามันแช็งแรงทนทานพอสมควรนั่นเองจ้าๆๆๆ 555

มา มา มา มาดูตรงตัว splitter กันดีกว่าครับ มันคือเจ้าตัว Y ที่เอาไว้แยกสายหูฟังไปซ้ายกับไปขวาครับ ทางเสี่ยอ๊อดหรือ Ostry จัดเต็มๆๆมากับตัว Y ที่เป็นโลหะ ทัดเทียมอารยะประเทศแบรนด์ใหญ่ๆๆ เลยก็ว่าได้ จริงๆแล้วแบรนด์ใหญ่ผมว่าเค้ายังไม่กล้าใช้โลหะทำเป็นตัว Splitter นะครับ เพราะคงจะกลัวเปลืองนั่นเอง 555

ตัว splitter นั้นหนีบสายไว้แน่นหนาโคตรๆ คือเรื่องจะใช้งานแป๊บๆแล้วเลื่อนไหลหลุดออกมาน่าจะไม่มี เพราะจากที่ทดสอบทำทารุณกรรมเสี่ยอ๊อดมาเป็นเดือน ผมก็ยังไม่เห็นแววว่าเสี่ยอ๊อดจะมีอาการถอดใจจากการใช้งานทั่วไปเท่าไหร่ครับ




เรื่องสายเป็นอีกจุดที่ต้องพิจารณา คือมีการชีลด์สายด้านในอย่างดี และการเลือกฉนวนนั้น ผมว่าทำได้ดีกว่าหูฟังยุคเก่าๆๆมากนัก เพราะว่าตัว PVC น่าจะเป็นแบบเทฟลอน คือทนต่อการละลายของตัวมันเอง ทนสภาวะอากาศ ไม่เปื่อย ไม่ยุ่ย หรือแข็งง่ายครับ

คราวนี้มาถึงส่วนของการเชื่อมต่อกับการฟังจากเพลย์เยอร์ทั่วไปนะครับ เสี่ยอ๊อดออกแบบมาอย่างดี การทำปลั๊กขนาด 3.5 มม.ที่ตัวผอมๆนั้น ตอนนี้ทุกๆค่ายหันมาทำกันจนเกือบจะหมดแล้ว เพราะว่าเพลย์เยอร์ยุคนี้ต้องมีเคส มีนู่นมีนี่เยอะไปหมด การมีปลั๊กที่ใหญ่เกินไป เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งกับการฟังครับ 555

 และตามฟอร์มเสี่ย เสี่ยจัดเต็มด้วยการมีแจ๊ค(ผมว่าควรเรียกปลั๊กนะ) ขนาด 3.5 มม.ที่ทำจากโลหะ รัดสายไว้แข็งแรง และตัวแจ๊คที่เป็นโลหะยังมีท่อยางหุ้มต่อลงมาอีกครึ่งเซ็นต์ ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของตัวสายหูฟังสูงยิ่งขึ้น

และอะไรไม่เท่าเสี่ยอ๊อดฉลาดมากมายครับ เค้าบั้งลายเป็นร่องลงบนตัวแจ๊ค เพื่อให้จับดึงเข้าออกและติดมือถนัดยิ่งขึ้น เรียกว่าโง่ขนาดไหนก็จับแจ๊คเสียบเข้าออกได้ว่างั้นล่ะครับ ผมเองขนาดพยายามแกล้งฉลาดก็ยังรู้สึกว่าเค้าแยบยล พยายามคิดแทนคนใช้ในงานทุกมิติเลยล่ะครับ 555

คราวนี้มาถึงการทดสอบจริงแล้วล่ะครับ ผมเสียบฟังง่ายๆกับโทรศัพท์ไอโฟนห้า ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นเพลย์เยอร์แค่ระดับพอรับได้ เรายังไม่ได้ก้าวข้ามไปใช้เพลย์เยอร์ระดับเทพอีกหลายต่อหลายตัว ซึ่งอันนั้นเดี๋ยวทดสอบกันอีกทีครับ เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อ สมเหตุผลต่อค่าตัวของเสี่ยอ๊อด ผมเลยฟังกับโทรศัพท์ทั่วไปนี่ล่ะ




เสียบฟังปุ๊บ และเปิดปั๊บ สิ่งแรกที่ได้ยินเลยคือมันไม่กินแรงเพลย์เยอร์ มันขับง่ายสบายมากเพราะเป็นเกียร์ออโต้ เอ๊ยๆๆๆๆ ขับง่ายเพราะความไวน่าจะสูงพอสมควร กับไอโฟนห้านั้น เร่งแค่ 70% ผมว่าถึงขั้นขี้หูเต้นระบำแล้วล่ะครับ เพราะว่ามันดังจนเกินพอ เรียกว่าใครมีโทรศัพท์ขอให้มั่นใจว่า ปัญหาเรื่องขับไม่ออก ขอให้ตัดออกจากหัวไปได้เลยครับ

คราวนี้มาถึงตอนยัดใส่รูหู คนที่เพิ่งซื้อและเปิดกล่องใหม่ๆ น่าจะเกิดความเงอะงะเหมือนผมเช่นกันครับ คือเราจะมองหาว่าข้างไหนซ้าย ข้างไหนขวา คนฉลาดรอบคอบอย่างผมใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการหาว่าข้างไหนหรือซ้าย ข้างไหนคือขวา 555 ข้อนี้เป็นข้อตำหนินิดนึงจากส่วนตัวผมครับ คือตัวอักษรที่เป็น R หรือ L มันกลืนกับตัวหูฟังจนเกินไป

 ผมทดลองใส่แบบคล้องหลังหูหรือปล่อยให้สายทิ้งดิ่งลงตรงหน้า ปรากฏว่าได้ผลเท่ากันครับ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละกันเอาก็แล้วกันครับ ผมเลือกใช้จุกยางเดิมๆที่ติดมากับตัวหูฟังเองเลย นั่นคือจุกขนาดกลางทั่วไป ซึ่งเป็นเบสิคจากโรงงานไม่ว่าโรงงานฝรั่งหรือโรงงานจีนล่ะครับ และเมื่อกี๊จากที่ลอง ผมลองเปลี่ยนจุกยางของมันเอง กับลองเอาจุกยางข้ามสายพันธุ์(จุกยี่ห้ออื่น) ปรากฏว่าให้ผลต่างกันอีกพอควรครับ


ผลการรับฟัง เสี่ยอ๊อดเป็นอะไรที่ติดหูทันทีที่เสียบเข้าไปในหู คือบาลานส์ของเสียงมันมาทันทีตั้งแต่โน้ตแรก คือไม่ต้องลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรในเพลงต่อไปว่างั้น ซาวด์เสตจขนาดกลางๆค่อนข้างไปทางกว้างนิดๆ แต่ถ้าแทร็คไหนบันทึกมากว้างมาก เสี่ยอ๊อดโชว์ความกว้างตามจริงได้ทันที อาการอุดอู้หรือสุมเข้าไปในหูไม่ปรากฏว่าให้ได้ยินครับ

เสียงต่ำหรือเบส เป็นหูฟังอีกตัวหนึ่งที่ให้เบสในย่านอัพเปอร์ได้ดีมาก คือหัวโน้ตค่อนข้างครบ และเป็นเบสที่มีแรง ไม่ครางหรือเอื่อย แต่ย่านต่ำลึกแบบที่ต้องการฟังจากเพลงฮิปฮอบอาจจะลงไปไม่ถึง แต่ผมว่าเสี่ยอ๊อดจัดเบสมาให้แบบเต็มแม็กซ์แล้วครับ ไปกว่านี้ผมว่าอาการล้นของเบสอาจจะมากวนเสียงกลางทำให้เสียรสชาติไป

เสียงกลาง อันนี้โอเคมาก ถ้าใช้จุกยางเดิมๆของมันเลย เสียงกลางออกโทนสว่างไสว สด เปิดโล่ง และติดรุกเร้าสนุกนิดๆ ใครฟังเสียงร้องเป็นหลักหรือพวกแนว Female Vocal ไม่ว่าจะเป็นของฝรั่งหรือจีน ผมว่าติดหูทันทีนะครับ เสียงกลางฟังลื่นไหลต่อเนื่องดี เสียงกลางชัดเจน ไม่มีเบสล้นมาทำให้ช่องไฟคลุมเครือครับ

เสียงแหลม ชัดเจน ใส เป็นเม็ด มีน้ำหนัก ไม่ใช่แหลมเป็นฝอยหรือมาเป็นแผงๆหาทิศทางไม่ได้ แหลมเสี่ยอ๊อดมีทิศทางและโฟกัสที่ดีครับ อย่างการเคาะหัวแฉถ้าบันทึกมาดีๆ ฟังออกถึงทิศทางเลยครับ แหลมของเสี่ยอ๊อดนั้น ปลายมีความคมขึ้นขอบไปเล็กน้อย แต่ไม่ทำให้รู้สึกจัดจ้านแต่อย่างใด และเสี่ยอ๊อดสามารถเก็บปลายแหลมต่างๆ รวมถึงบรรยากาศเล็กๆน้อยๆออกมาได้หมดจดพอสมควร

สรุป ผมว่าใครที่ฟังเสี่ยอ๊อดในวูบแรก จะรู้สึกว่าซาวด์ต่างๆละม้ายไปทางหูฟังค่าย Grado ครับ คือกลางแหลมนี่แทบจะถอดแบบมาจาก 325is เพียงแต่ Grado ทำได้เนียนกว่า ละเอียดกว่า สิ่งที่ผมว่ามันน่ามหัศจรรย์ก็คือ เค้าทำได้อย่างไร ในการใช้ไดเวอร์แบบไดนามิก แล้วสามารถเก็บรายละเอียดเสียงตั้งแต่ทุ้ม ไปยันเสียงแหลม โดยให้โทนัลบาลานส์ครบๆ ไม่มีอะไรหายไป

หูฟังบางตัวถ้าเน้นเบสมาตูมตาม กลางแหลมก็จะหดหาย หรืออย่างน้อยสุดปลายแหลมก็จะพาลกุดหงุดหงิดใจ บางตัวเน้นแหลมมาจากบ้าน เบสก็จะบางจ๋อยจางหาย แต่กับเสี่ยอ๊อดนั้น ผมว่าเค้าจูนเสียงโดยรวมให้มันครบ คือใครอยากได้เบส เบสก็มี ใครอยากได้กลางแหลม แหลมก็มี และไม่ใช่แค่มีเฉยๆ แต่กลางแหลมนั้นผมว่าเร้าใจมากๆๆ

ใครที่เป็นคนชอบหูฟังที่เสียงสดสว่าง เสี่ยอ๊อดคือทางเลือกที่ไม่เลวครับ ส่วนใครที่ชอบเบสล้นๆ ตุมตามมา ขอให้ลองฟังก่อนว่าขนาดนี้พอได้หรือไม่ อีกเรื่องที่สำคัญคือ เสียงเปลี่ยนไปตามจุกยางได้อีกพอควร ผมลองเลือกจุกยางข้ามยี่ห้อมาลองใส่ ซึ่งมีรูที่ปล่อยเสียงขนาดค่อนข้างเล็ก ปรากฏว่าเสียงแหลมลดลงไปทันที และเสียงต่ำลึกเพิ่มขึ้นมาอีกพอควร

 

  
ซึ่งอันนี้เป็นทีเด็ดทีสุดท้ายที่ใครอากจะจูนเสียงให้เป็นอย่างไรก็สามารถทำได้ การเลือกใช้จุกยางของมันเองก็เพียงพอแล้วล่ะครับ แต่ถ้าใครสนุกถึงขั้นจะจับผสมพันธุ์กับจุกยางยี่ห้ออื่น ผมว่าเป็นทางเลือกที่สนุกได้ยิ่งขึ้นไปอีก ใครเป็นเจ้าของเสี่ยอ๊อดแล้ว ลองทดลองดูตามที่ผมบอกได้นะครับ เลือกจุกยางข้ามค่ายไปเลย ลองมาเปลี่ยนดูว่าเราชอบแบบไหน

มาถึงคำเฉลยสำหรับที่บอกว่าทำไมถึงเรียกเสี่ยอ๊อด อันนี้ผมมองว่าชื่อหูฟังมันคือ ostry เรียกง่ายๆว่าอ๊อดก็คงจะดี แต่พอเรียกอ๊อดเฉยๆ มันดูเหงาๆ ไม่เท่เท่าไหร่ ผมเลยเติมคำว่าเสี่ยอ๊อดให้แลดูภูมิฐานยิ่งขึ้น แต่จริงๆแล้ว ผมอยากจะบอกว่า หูฟังเสี่ยอ๊อดหรือพระกาฬเรียกเสี่ย น่าจะหมายถึงมันให้เสียงที่รุ่งเรืองร่ำรวยเกินตัวเหมือนอาเสี่ย หรือจะบอกว่าแม้แต่คนที่รวยจนเป็นอาเสี่ยก็ไม่เคอะเขินที่จะหามันมาเก็บไว้เป็นหูฟังอีกตัวหนึ่งว่างั้น

ขอได้รับความขอบพระคุณ

เสี่ยวมั่นคง (ไม่เป็นเสี่ยซักทีชาตินี้) 555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น